
ด้วยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์ ได้จัดทำรายงานผลการสำรวจความคิดเห็นต่อการจัดสวัสดิการที่เป็นมิตรต่อครอบครัวและแนวทางเพื่อสร้างสัมพันธภาพในครอบครัว พร้อมทั้งส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมและเป็นหุ้นส่วนในการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน โดยนำสถาบันครอบครัวเป็นฐานของ การพัฒนาสู่ความเข้มแข็งของสังคมผ่านกิจกรรมการรณรงค์ให้ "วันอาทิตย์เป็นวันครอบครัว" องค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลิง จึงประชาสัมพันธ์แนวทางการขับเคลื่อนครอบครัวอบอุ่น "วันอาทิตย์เป็นวันครอบครัว" เพื่อสนับสนุน และส่งเสริมให้บุคลากรากร ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย มีการทำกิจกรรมร่วมกันกับสมาชิกในครอบครัวเพื่อเสริมสร้างสัมพันภาพที่ดี รายละเอียด ข้อมูล ตามไฟล์ที่แนบมาด้วย
สถานการณ์ปัญหามลพิษทางอากาศที่มีความรุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในบรรยากาศ ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (Particulate matter : PM 2.5) ซึ่งเป็น
ภัยสิ่งแวดล้อมที่ก่อให้เกิดการคุกคามสุขภาพของประชาชน หากได้รับ PM 2.5 เข้าไปในร่างกายส่งผลให้มีความสี่ยงต่อสุขภาพหรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองคอ ไอ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ใจสั่น ระคายเคืองตา หรือเป็นผื่นคันตามร่างกาย และหากสัมผัสฝุ่นอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ รวมถึงผู้ป่วย ๔ กลุ่มโรคสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง โรคหัวใจและหลอดเลือต โรคระบบทางเดินหายใจ โรคผิวหนังอักเสบ และโรคตาอักเสบอาจจะมีอาการผิดปกติ เจ็บป่วย หรือมีผลกระทบต่อสุขภาพที่มีความรุนแรงได้มากกว่าคนทั่วไป
จึงขอประชาสัมพันธ์ แนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจาก PM 2.5 ดังนี้
๑. ติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศ การประกาศแจ้งเตือนพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังผลกระทบ
ต่อสุขภาพจากมลพิษทางอากาศจากสื่อต่าง ๆในพื้นที่ ได้แก่ โทรทัศน์ท้องถิ่น วิทยุชุมชน แอปพลิเคชั่น Air4Thai เป็นต้น โดยให้สังเกตสีเป็นหลัก หากเป็นสีส้มและสีแดง เป็นค่าฝุ่นละอองที่เกินมาตรฐาน และมีผลกระทบต่อสุขภาพควรปฏิบัติตนตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
๒. ประเมินตนเองว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ เช่น มีอาชีพอยู่กลางแจ้งต้องสัมผัสฝุ่นเป็นเวลานานหรืออาศัยในพื้นที่เสี่ยง เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ หอบหืด เยื่อบุตาอักเสบ หัวใจและหลอดเลือด
หากพบว่าเข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่นและหมั่นดูแลป้องกันตนเองเป็นพิเศษ
๓. ในช่วงที่ฝุ่นละอองสูง ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมนอกบ้าน
๔. หากจำเป็นต้องเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงที่มีฝุ่นสูง ให้สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากาก N95 และต้องสวมใส่ให้ถูกวิธี
๕. หากมีอาการระคายเคืองตาหรือแสบต า ไม่ควรขยี้ตา ให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาด สำหรับผู้ที่เป็นต้อลม ต้อเนื้อ หรือภูมิแพ้บริเวณดวงตา รวมทั้งผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ ควรหาแว่นตาที่มีขอบด้านบนและด้านข้าง และหากมีอาการผิดปกติ เช่น คันตามาก ตาแดงมาก มีขี้ตาสีเขียวหรือเหลือง หรือตามัวลงให้รีบไปพบจักษุแพทย์
๖. ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด ทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอ โดยการเช็ด/ถู แบบเปียก และเปิดพัดลมให้อากาศหมุนเวียน
๗. หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในช่วงเช้า และบริเวณที่มีฝุ่นสูง เช่น ริมถนน และห้ามสวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นทุกชนิดขณะออกกำลังกายโดยเด็ดขาด หรือเปลี่ยนสถานที่ออกกำลังกายเป็นที่บ้าน
๘. ดื่มน้ำสะอาด และดูแลสุขภาพให้แข็งแรง
๙. สังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย หากพบว่ามีอาการไอ แน่นหน้าอก วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ผื่นแดง หรืออาการผิดปกติอื่น ๆ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
ประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคติดต่อที่เกิดในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย พ.ศ. 2567 กรมควบคุมโรค ประชาสัมพันธ์ให้เฝ้าระวัง และป้องกันการระบาดของโรคติดต่อทางเดินอาหารและน้ำ และภัยสุขภาพ ที่เกิดในช่วงฤดูร้อน
มาตรการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากโรคฮีสโตรก (Heat stroke)
โรคฮีทสโตรก (Heat stroke) เป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวหรือควบคุมระดับความร้อนภายในร่างกายจากสภาพอากาศที่ร้อนสูงกว่าปกติ
โดยมีอาการสำคัญ ได้แก่ ตัวร้อน อุณหภูมิร่างกายสูง 40 องศาเซลเชียส ส่งผลให้เกิดอาการหน้ามืด เพ้อ
กระสับกระส่าย มึนงง หายใจเร็ว หัวใจเต้นผิดจังหวะ ชักเกร็ง ช็อก จนถึงหมดสติ หากไม่ได้รับการรักษา
อย่างทันท่วงที่อาจทำให้เสียชีวิตได้ โดยมีบุคคลกลุ่มเสี่ยง ดังนี้
(๑) ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดดร้อนจัด
(๒) กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า ๕ ขวบ และผู้สูงอายุ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ดีเท่าคนหนุ่มสาว
(๓) ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง
(๔) ผู้ที่มีภาวะอ้วน
(๕) ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ
(๖) ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
๒. การป้องกันตนเองจากโรคฮีทสโตรก ดังนี้
(๑) สวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อน ระบายความร้อนได้ดี
(๒) ควรอยู่ในที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก
(๓) ลดหรือเสี่ยงทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงกลางแจ้งนาน ๆ
(๔) สวมแว่นกันแดด กางร่ม สวมหมวกปีกกว้าง
(๕) ควรดื่มน้ำ ๒-๓ ลิตรต่อวัน เพื่อชดเชยการเสียน้ำในร่างกายจากเหงื่อออก
(๖) หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
(๗) ผู้ที่ออกกำลังกาย ควรเลือกออกกำลังกายในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เนื่องจากเป็นช่วงที่
อากาศไม่ร้อนมากและเป็นเวลาที่เหมาะสม
๓. การปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากพบผู้ที่มีอาการเป็นโรคอีทสโตรก (Heat stroke)
(๑) นำคนป่วยเข้าที่ร่ม ให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่โดน แสงแดด เพื่อลดอุณหภูมิในร่างกายลง
(๒) ถอดเสื้อผ้าที่ไม่จำเป็นออก เช่น เสื้อคลุม หรือ ถุงเท้า
(๓) ให้นอนราบ ยกเท้าสูงสองข้าง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด
(๔) ให้ดื่มเกลือแร่ หรือ เครื่องดื่มที่ให้ความชุ่มชื่นต่อร่างกาย
(๕) เช็ดตัว ประคบเย็นตามซอกคอ ตัว รักแร้ ขาหนีบ หน้าผาก หรือเปาลมเย็นเพื่อให้ร่างกายสามารถระบายความร้อนได้
(๖) โทรแจ้งสายด่วน ๑๖๖๙ หรือ นำส่งโรงพยาบาลทันที
ประกาศขอเชิญผู้รับบริการหรือผู้ติดต่อของหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลิง ตอบแบบวัดการรับรู้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก EIT เพื่อเป็นการให้คะแนนแก่หน่วยงานภาครัฐ
วิธีตอบแบบประเมิน
1.สแกน QR Code หรือคลิ๊กที่ Banner
2.กรอกหมายเลขโทรศัพท์เพื่อรับรัหส OTP
3.ร่วมตอบแบบสอบถามได้เลย...
หรือคลิ๊กที่ลิงค์ : https://itas.nacc.go.th/go/eit/4846ef
และสามารถทำแบบสอบถามด้วยการสแกน QR-Code ด้านล่าง⇓
